121614_0113_1

ใครที่ชอบหยิบหมากฝรั่งขึ้นมาเคี้ยว หรือพกลูกอมรสหวาน ๆ ไว้อมเพลิน ๆ หวังจะช่วยดับกลิ่นปากได้ล่ะก็ ขอบอกว่ากำลังเข้าใจผิดอยู่นะจ๊ะ เพราะจริง ๆ แล้ว หมากฝรั่งและลูกอมสามารถช่วยกลบกลิ่นปากได้ชั่วคราวเท่านั้นเอง แต่เราอาจเจอปัญหาสุขภาพจากขนมเหล่านี้มากกว่าซะอีก

โดยกรมอนามัย ให้ข้อมูลว่า การทานลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย ๆ อาจทำให้ได้รับอันตรายจากสารสังเคราะห์ที่เป็นส่วนประกอบของหมากฝรั่งและลูกอมมากเกินไป เช่น สารกันเสีย (PBA) และสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลเอสปาร์แตม (aspartame) ถ้าทานมากเกินกว่า 50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน อาจก่อให้เกิดมะเร็งและอันตรายต่อสมองได้ รวมทั้งสารที่ให้รสชาติเหมือนน้ำตาลจริงและให้พลังงานต่ำ เช่น ซูคลาโลส หากได้รับ มากเกิน 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน จะเป็นอันตรายต่อต่อมไทรอยด์ ตับ และไต ได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากระงับกลิ่นปากไม่ให้คนรอบข้างเมินหน้าหนีไปไหน ก็หันมาดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากดีกว่า โดยใช้สูตร 222 คือ แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เช้าและก่อนนอน แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที เพื่อให้สะอาดทั่วทั้งปากทุกซี่ ทุกด้าน และให้ฟลูออไรด์ได้ใช้เวลาทำปฏิกิริยากับฟันเพื่อป้องกันฟันผุอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงปล่อยให้ปากสะอาดไม่กินขนมหวาน น้ำอัดลมหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันวันละครั้ง และขณะแปรงฟันก็ควรแปรงลิ้นด้วยจะช่วยลดกลิ่นปากได้ดี รวมทั้งการจิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ ก็จะช่วยรักษาสุขภาพกายและคงความสดชื่นของปากได้ แต่ถ้ามีเหงือกอักเสบ หินปูน หรือฟันผุ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

แต่ถ้าอยากทดสอบว่าตัวเองมีกลิ่นปากหรือไม่ ก็แนะนำให้เราลองใช้มือปิดปากและจมูก แล้วเป่าลมแรง ๆ ออกจากปาก หรือใช้วิธีเลียที่ข้อมือและดมดู เมื่อทดสอบดูแล้วพบว่ามีกลิ่นปากก็สามารถป้องกันได้ตามสาเหตุ เช่น หากมีฟันผุเป็นรูควรไปรักษาด้วยการอุดฟัน และหมั่นดูแลทำความสะอาดในช่องปากด้วยการแปรงฟันที่ถูกวิธี โดยเฉพาะเด็ก ๆ เพื่อลดปัญหาฟันผุซึ่งนำไปสู่การสูญเสียฟันที่อาจสะสมจนกลายเป็นการสูญเสียฟันทั้งปากในวัยสูงอายุตามมาได้