ที่ประเทศเยอรมัน  มีปราสาทมากมายเต็มไปหมดและหนึ่งในปราสาทที่มีความเก่าแก่มากที่สุดของประเทศเยอรมนีพร้อมทั้งยังเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในประเทศซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมิวนิคนั่นก็คือ   พระราชวัง Residence Munich  นั่นเอง  ปราสาทแห่งนี้มีอายุเก่าแก่เกินกว่า 500 ปีมาแล้วที่นี่กลายเป็นสถานที่สำคัญของประเทศเยอรมันเป็นศูนย์รวมของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย

        สำหรับปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ 2385 ซึ่งในสมัยนั้นพื้นที่บริเวณนี้ยังไม่ถูกเรียกว่าเมืองมิวนิคเลย  โดยในสมัยก่อนนั้นที่นี่ถูกเรียกว่า Neu veste สำหรับตัวประสาทนั้นมีการสร้างเอาไว้ฝั่งทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เราเรียก เมืองนี้ว่า   Neu veste ก็กลายมาเป็นเมืองมิวนิคในปัจจุบันนั่นเอง   

      แน่นอนว่าพระราชวังแห่งนี้นอกจากจะมีความเก่าแก่และมีความใหญ่โตมโหฬารมากที่สุดของประเทศแล้วที่นี่อย่างถูกสร้างขึ้นมาอยู่ใจกลางเมืองทำให้กลายเป็นสถานที่ที่สำคัญเป็นอย่างมากโดยในครั้งแรกนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยของกษัตริย์แต่หลังจากที่ยุคสมัยเปลี่ยนไปก็มีการเปลี่ยนมาใช้เป็นสถานที่ตั้งของรัฐสภาของประเทศแทนอย่างไรก็ตามภายหลังประเทศเยอรมันมีการปฏิวัติการเกิดขึ้นซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงประมาณปีค.ศ. 1918 

             ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้กับประเทศเยอรมันเป็นอย่างมากบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพราะพังเสียหายในขณะที่ตัวพระราชวังเองก็เสียหายไม่แตกต่างกันกับบ้านเรือนของประชาชนเลยดังนั้นเมื่อสิ้นสุดการปฏิวัติจึงมีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่และรัฐบาลของจะไม่ยอมแก่และมีการเปลี่ยนจากสถานที่แห่งนี้ซึ่งเคยเป็นรัฐสภากลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แทน

          โดยนำศิลปะมากมายที่พระมหากษัตริย์ของประเทศเยอรมันได้มีการสะสมเอาไว้ในพระคลังออกมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพื่อเปิดให้ประชาชนนั้นได้เข้ามาชมศิลปะและสมบัติของประเทศซึ่งภายในพระราชวังก็มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาอย่างสวยงามนอกจากนี้ยังมีหินสลักซึ่งตั้งเอาไว้เป็นอนุสรณ์สถานโดยหินสลักดังกล่าวนั้นเป็นการสลักผู้อุปถัมภ์หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้ปกครองของแคว้น บาวาเรีย

         โดยการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปชมศิลปะภายในตัวพระราชวังนั้นมีขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 17 หรือช่วงประมาณปีคริสต์ศักราช 1920 นั้นเอง  อย่างไรก็ตามประเทศเยอรมันเกิดปัญหาอีกครั้งหนึ่งในช่วงสมัยเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งที่นี่ก็ได้รับความเสียหายเช่นกันหลังจากที่สิ้นสุดสงครามแล้วจึงได้มีการสร้างใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังคงนำศิลปวัฒนธรรมมาจัดแสดงไว้ที่นี่เหมือนเดิมและยังเปิดให้ประชาชนได้มาชมความงดงามเช่นเดิมดังนั้นสถานที่นี้จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของประเทศเยอรมันเลยทีเดียว 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    sa gaming เข้าสู่ระบบ