เราเดินทางไปยังท่าเทียบเรือบ้านท่าอ้อยเพื่อจะเตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปยังหอสี่หลังพื้นที่ภายในเขต จีโอปาร์ค ที่มีทรัพยากรธรรมชาติระบบนิเวศฝั่งทะเลที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานธรณีโลกสตูล

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราได้สัมผัสกับแดดยามเย็น ณ ท่าเรือเราเคยนึกสงสัยอยู่หลายครั้งว่าทำไมเราถึงชอบไปให้ห่างจากจุดเดิมๆของชีวิตนักและมันดูเหมือนจะเป็นไวรัลหรืออะไรสักอย่างของคนหนุ่มสาวในยุคนี้ไปซะแล้วแม้กระทั่งตัวเราเองก็ยังอยู่ในวงจรของความรู้สึกนี้

หากคิดให้ดีมันก็คงเป็นสิ่งที่มนุษย์เราวิวัฒนาการเป็นสัตว์จอมขี้สงสัยว่าทั้งในอดีตและในอนาคตของโลกใบนี้จะมีจุดเชื่อมโยงอะไรกับเราบ้าง เราเดินทางมายังหอสี่หลังจุดที่ดูเหมือนจะเป็นหาดทรายอยู่กลางทะเล หาสี่หลังที่มีความโด่งเด่นทางระบบนิเวศที่มีสิ่งมีชีวิตพื้นฐานกลุ่มเด่นเป็นหญ้าทะเลสัตว์หน้าดินและกลุ่มนกชายฝั่งเป็นเขตอนุรักษ์เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสวยงามและแปลกตาตามแบบฉบับของสตูลจีโอปาร์ค

ซึ่งหลังจากที่ได้พบด่านของปูทหารอีกฝากของหาดก็เป็นแหล่งที่อยู่ของปูก้ามดาบปูที่มีกล้ามใหญ่กว่าตัวเองในแขนด้านหนึ่งและจะหนีลงรูทุกครั้งเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนจากผู้มาเยือนบางครั้งในใจกลางทะเลก็ยังอยู่จะมีอีกหลายสิ่งที่ตั้งอยู่อย่างสงบในวงจรตั้งต้นของธรรมชาติที่ต่างจากวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างเราที่เรายังไม่แน่ใจว่าทุกวันนี้เรายังเป็นไปตามธรรมชาติอยู่หรือไม่

พระอาทิตย์ก็เริ่มที่จะลับชอบฟ้าเรากลับไปที่เรือเพื่อล่องเรือออกจากหอสี่หลังไปที่จุดของสันหลังมังกรกลางทะเลที่ดูเหมือนน้ำจะขึ้นมาจนมิดแล้วทำให้เรารู้สึกเหมือนยืนอยู่บนน้ำทะเลในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์อาบทะเลให้กลายเป็นสีส้มและเรากับบังราเฉดก็กลับมายังฝั่ง

ซึ่งดูเหมือนกับว่าผ้ามัดย้อมของเราจะตากแดดจนแห้งแล้วและในเวลาที่บังราเฉดเพิ่งละหมาดเสร็จบังราเฉดได้ชวนเราออกไปหาอะไรกินที่ร้านของเพื่อนๆในชุมชนในขณะที่ฟ้ามืดแล้วแต่เราก็ยังไม่มีที่พักและไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราชอบปล่อยปละเรื่องที่พักไปซะแล้ว

นอกจากนี้บังราเฉดยังได้แนะนำให้เราไปพักที่โฮมสเตย์ของคุณปรีดาที่อยู่ห่างออกไปจากตลาดของชุมชนไม่มากเท่าไหร่สายหมอกได้ลอยอยู่เหนือบ้านคุณปรีดาในยามเช้าอากาศหนาวเย็นอย่างที่ไม่คาดาคิดไว้เราได้รับรู้บรรยากาศเพียงลำพังและก็ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาของความรู้สึกที่ไม่ต้องเปล่งเสียงบอกใคร ณ ขณะนั้น

 

สนับสนุนโดย  gclub