ต๊อกบ๊กีอาหารขึ้นชื่อเกาหลีใต้

สำหรับการไปท่องเที่ยวในต่างประเทศนั้นนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเฉพาะและพิเศษในแต่ละประเทศแล้วนั้น เรื่องที่โดดเด่นและเป็นจุดประสงค์ในการไปเที่ยวไม่แพ้เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวนั้นก็คืออาหารนั่นเองและประเทศที่ได้รับความนิยมในการไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างๆมากมายนั้น

รวมถึงคนไทยที่มีการไปเที่ยวประเทศนี้อย่างมากมาย ก็คือประเทศเกาหลีใต้นั่นเองและอาหารเกาหลีนั้นก็เป็นอาหารที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านรสชาตอละหน้าตาด้วยซึ่งอาหารที่ขึ้นชื่อเมื่อได้ไปเที่ยวประเทศเกาหลีแล้วต้องลองสักครั้งหนึ่งก็คือ ต๊อกบ๊กกี เชื่อว่านักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้เดินทางไปเที่ยวยังประเทศเกาหลีใต้นั้นล้วนต้องเคยสัมผัสและลิ้มลองอาหารที่ชื่อว่าต๊อกบ๊กกีอย่างแน่นอน

เพราะเป็นอาหารที่หาทานได้ง่ายมากในประเทศเกาหลีใต้เพราะนอกจากจะเปรียบเสมือนอาหารประจำชาติของคนเกาหลีแล้วนั้นคนที่ไปเที่ยวแล้วได้ลิ้มลองนั้นก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต๊อกบ๊กกีนั้นเป็นอาหารที่อร่อยมากๆเลย นอกจากจะอร่อยแล้วนั้นยังมีความเป็นมาอีกด้วย โดยต๊อกบ๊กกีนั้นจะเป็นอาหารคาวที่ประกอบไปด้วยแป้งที่มีลักษณะกลมและเป็นเส้นยาวประมาณ1นิ้ว และจะมีซอสที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้ตัวแป้งด้วยโดยในซอสนั้นก็จะปรุงรสชาติมาจากโคชูจัง พริกป่น กระเทียม หอมใหญ่ แครอท ต้นหอม ซึ่งส่วนประกอบนั้นก็อาจจะมีความแตกต่างออกไปในแต่ละสูตร

ซึ่งส่วนใหญ่ที่สามารถหารับประทานได้ทั่วไปก็จะมีส่วนประกอบประมานนี้แต่อาจจะมีการเพิ่มเนื้อสัตว์หรือลูกชิ้นปลาต่างๆเข้าไปด้วยก็ได้ และที่บอกว่าหาทานได้ง่ายนั้นก็เนื่องจากหนุ่มสาวในวัยทำงาน มักจะชอบรับประทานต๊อกบ๊กกีเป็นอาหารเช้าหรือมื้ออื่นๆเป็นส่วนใหญ่เพราะเป็นอาหารที่อร่อยและอยู่ท้องนั่นเอง ทำให้ต๊อกบ๊กกีนั้นมีขายอยู่ทั่วไปตามท้องถนน ทั้งร้านที่เป็นโพจังมาจา หรือร้านร่มผ้าใบสีแดงๆที่เราเห็นตามซีรี่ส์นั่นเอง ร้านรถเข็น ไปจนถึงร้านจริงจังที่มีโต๊ะให้นั่งในการรับประทานนั่นเอง 

ต๊กบ๊กกีนั้นที่ถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของเกาหลีและมีความเป็นมาที่น่าสนใจก็คือตัวแป้งต๊อกบ๊กกีนั่นเอง โดยตัวแป้งที่นำมาทำนั้นในสมัยก่อนการทำแป้งต๊อกบ๊กกีถือเป็นเทศกาลหนึ่งของเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยจะมีความแตกต่างกันออกไปในการทำกิจกรรมของแต่ละเมือง

โดยในแต่ละเมืองนั้นเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิก็จะมีการรวมกลุ่มของคนในเมืองนั้นเพื่อทำแป้งต๊อกบ๊กกีและนำไปแจกจ่ายและแบ่งปันให้คนในเมืองได้รับประทานนั่นเอง แม้ในปัจจุบันเทศกาลเหล่านี้จะไม่ค่อยได้มีการจัดแล้วแต่ก็ยังมีอยู่บ้างในบางเมือง และนี่ก็อาจจะเป็นที่มีของต๊อกบ๊กกีทำไมจึงเป็นอาหารขึ้นชื่อของเกาหลีนั่นเอง นอกจากนี้แล้วการรับประทานต๊อกบ๊กกีถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและชีวิตในวันนั้นจะมีความสุขนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  Holiday Palace

More

สถานที่ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยว ที่อยากจะนำมาบอก บางคนอาจจะเคยได้ไปมาแล้ว หรือบางคนอาจจะยังไม่เคยไป และกำลังคิดที่จะไปเผื่ออาจจะตรงใจกับใครบางคน  จังหวัดแรกนี้ เป็นถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า ซึ่งอยู่ใน จังหวัดสุพรรณบุรี ที่สองข้างทางจะเต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลืองทอง หากใครได้ไปคงจะได้ภาพสวยๆกลับมาแน่ๆ แต่ดอกไม้ชนิดนี้จะบานได้ในเวลาไม่นานนักประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึง ต้นเดือนมีนาคม

ให้รีบไปกันหน่อยนะค่ะ มาโคราชก็ต้องมาที่วัดหลวงพ่อคูณ ซึ่งมีวิหารเทพวิทยาคม ของวัดบ้านไร่ ซึ่งสร้างวิหารไว้กลางน้ำทำด้วยเซรามิคโมเสกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มาทางเหนือก็ลองมาจังหวัดน่า ซึ่งมีซุ้มต้นดอกลีลาวดี ปลูกไว้หน้าพิพิธภัณฑ์แห่งถ้ามาก็ลองปั่นจักยานมาเที่ยวกันดู และลองมาที่ ดอยเมี่ยง ของ อำเภอปลาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนดูบ้าง

เมื่อขึ้นมาแล้วจะมองเห็นวิวแบบรอบเมืองเลยที่เดี่ยว และยังมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีอีกด้วยและสิ่งที่ไม่ควรพลาด ช่วงตอนเช้าสามารถมาชมพระอาทิตย์ขึ้น มาทางใต้ ลองมาเที่ยวเกาะไม้ท้อนของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีน้ำทะเลสีเขียวใส น่าลงไปว่ายน้ำเล่น หาดทรายขาวสะอาดตา อีกที่จังหวัดระนองตั้งอยู่ในอุทยานแหลมสนเป็นหมู่เกาะกำ มีหาดทรายขาวน้ำทะเลใส สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ไม่ยุ้งยากมากนัก มาทางอีสานกันบาง ลองมาจังหวัดอุบลราชธานี ควรมาช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน

เพราะแกร่งชมดาวแห่งนี้ จะมีหินที่ถูกกัดเซาะจนเกิด เป็นรูปร่างแปลกตาต่างๆมากมาย ในช่วงเวลาเช้าๆและใกล้ๆมืด จะมีแสงสะท้อน ที่ทำให้มองเห็นบริเวณนี้สวยงานมาขึ้นไปอีก มาต่อกันที่จังหวัดยโสธร ที่พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ที่เป็นรูปปั้นของคางคก เท่าตึกห้าชั้นเลยที่เดียว และยังมีประเพณีบุญบั้งไฟสืบทอดมานาน มาทางภาคตะวันออก ที่เนินนางพญาลองมาชมกับถนนเลียบทะเลของจังหวัดจันทบุรีซึ่งยาวที่สุดในประเทศไทย ที่นักปั่นจักรยานชอบมาปั่นบริเวณนี้ มีระยะทางประมาณหนึ่งร้อยสิบเอ็ด กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดจันทบุรี ไปหน่อยมีสถานที่เที่ยวอีกที่ ที่อยากแนะนำ ทุ่งโปร่งทองของ จังหวัดระยอง

ต้นโปร่งทองที่มีสีเขียวขจีตัดกับสีเหลืองอร่ามของดอกโปร่งทองเต็มไปหมด และยังมีป่าโกงกาง ที่สมบูรณ์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ได้อีกด้วยซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณปากน้ำประแสร์ และยังสามารถปั่นจักยานไปยังเนินพญาที่ได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ได้อีกด้วย ยังงัยก็ลองไปเที่ยวกันดูว่าสิ่งที่มานำเสนอนี้จะถูกใจใครบางหรือป่าว

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

More

ร้านนลินธาราทานก๋วยเตี๋ยวพร้อมบรรยากาศดี

เคยมีใครไหมคะที่ต้องการที่จะกินก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารแต่ไม่ต้องการที่จะกินแบบว่ากินข้างทางรีบกินเพราะอากาศร้อนแล้วก็รีบขึ้นรถกลับบ้านเคยมีไหมคะว่าอยากที่จะกินอาหารไทยพร้อมกับดูบรรยากาศสวยๆให้สบายใจร่มเย็นๆทักทายวันนี้เราจะมาแนะนำร้านนรินธาราซึ่งเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวก๋วยเตี๋ยวร้านนี้นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีบรรยากาศที่ดีมากแล้ว

วันนี้เราจะมาบอกว่าเพราะอะไรทำไมร้านนี้ถึงได้โด่งดัง จริงๆแล้วร้านนี้เคยมีลูกค้าท่านหนึ่งมาซื้อบริการจัดเป็นงานแต่งงานจริงๆบริเวณนี้จะมีบึงดอกบัวเต็มไปหมดซึ่งเรียกว่าสวยงามมากค่ะเขาจะจัดเหมือนที่นั่งที่ตั้งอยู่ตรงบึงดอกบัวอยู่ตรงบึงดอกบัวเลยนะคะมีน้ำพุขึ้นมากลางสระกินก๋วยเตี๋ยวไปชมวิวแสนสวยไปด้วยรู้สึกว่าอาหารอร่อยขึ้นเยอะเลยค่ะต้องเขาบอกว่าถ้าต้องการจะดูบรรยากาศต้องนั่งแบบที่ไม่มีแอร์ทางร้านจะมีพัดลมให้นะคะแต่ถ้าใครร้อนก็ต้องไปนั่งในห้องแอร์นะคะเขาบอกว่าร้านนี้คนแน่นมากค่ะเพราะว่าหลังจากที่มีการโพสว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปแต่งงานที่ร้านนี้

ซึ่งเมื่อมีคนหนึ่งไปเห็นใน Facebook ก็ถามรายละเอียดว่าแต่งงานที่ไหนหลังจากนั้นก็แชร์กันไปเรื่อยๆในโลกโซเชียลหลังจากนั้นทุกคนก็รู้จักสถานที่นี้และที่มีก็กลายเป็นที่โด่งดังทำให้มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันเยอะมากเลยค่ะเขาบอกว่าร้านนี้ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็สวยไปทุกที่ ซึ่งร้านนี้นั้นอย่างที่บอกไปว่าเคยมีคนแต่งงานที่ร้านนี้ทำให้คนเริ่มมาขอจัดงานแต่งงานที่นี่เยอะมากขึ้นดังนั้นบางทีที่ร้านนี้อาจจะมีงานแต่งงานและปิดไม่ให้มีใครเข้าไปยกเว้นเพียงแค่แขกที่ทางเจ้าบ่าวเจ้าสาวเชิญดังนั้นถ้าเกิดว่าต้องการที่จะไปร้านนี้จะต้องโทรไปขอจองล่วงหน้าก่อนซึ่งเบอร์โทรศัพท์คือ  061- 369- 5356  ค่ะ

หลังจากที่เรารู้แล้วว่าต้องโทรไปเบอร์อะไรเขาบอกว่าถ้าจะจองล่วงหน้าต้องจองก่อนเป็นเดือนเดือนเลยนะคะทางร้านจะได้จัดคิวและ วันนั้นหรือวันที่คุณต้องการจะไปงานแต่งงานหรืองานอะไรที่มีลูกค้ามาขอไว้ก่อนได้หรือเปล่า ต่อมาเรามาดูเมนูที่โด่งดังมากทั้งหมด 5 เมนูค่ะแล้ววันนี้เราจะมาแนะนำทั้งหมดค่ะอย่างแรกเลยที่โด่งดังคือลูกชิ้นปิ้งลูกชิ้นปิ้งจิราณีจะราคา 15 บาท

ต่อไม้แต่ถ้าใครต้องการที่จะเอายำลูกชิ้นปิ้งราคา 40 บาทขอบอกด้วยค่ะว่าถูกใจคอคนชอบกินเผ็ดแน่นอนตอบมาคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำไผ่ยักษ์ทะเลที่เรียกว่าก๋วยเตี๋ยวต้มยำไผ่ยักษ์ชื่อบอกอยู่ว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำแต่ที่เรียกว่าไข่ยักษ์เพราะว่านอกจากจะราคา 85 บาทเพราะว่ามีเส้นยำและยำเยอะมาก

ซึ่งจะไม่เสริฟมาในถ้วยหรือจานแต่ใช้เป็นชามที่สร้างจากไม่ไผ่  ต่อมาก็คือชากลีบบัวจะราคา 5 บาททางร้านจะใช้ดอกบัวของตัวเองทำเป็นชากลีบบัวซึ่งรับรองว่ารสชาติอร่อยเด็ดดวงกว่าที่อื่นแน่นอนค่ะต้มยำหมูอย่างที่บอกไปว่าร้านนี้ใช้ชามไม้ไผ่เมนูนี้ก็ใช้ไม้ไผ่เหมือนกันค่ะแต่ราคาจะราคาแค่ 55 บาทเท่านั้นเพราะว่าอาหารจะมีน้อยลงหน่อยต่อมาเมนูที่มีคนสั่งเยอะมากที่สุดของร้านคือน้ำตาลสดค่ะที่นั้นจะเสิร์ฟโดยใช้เป็นกระบอกไม้ไผ่หลอดไม้ซึ่งจะราคา 65 บาทแต่ถ้าต้องการจะใช้แบบรีฟิลจะเพิ่มอีกราคา 20 บาทซึ่งนอกจากนั้นทางร้านนี้ยังให้สามารถเอากระบอกของทางร้านกลับบ้านไปได้เลยไม่ต้องคืน 

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันต่างประเทศ ถูกกฎหมาย

More

พาเที่ยวน้ำตกวังตะไคร้

                  สำหรับวันนี้จะพาไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ซึ่งผู้คนจะนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่แห่งนี้กันมากในช่วงฤดูร้อน หรือแม้แต่ฤดูฝน ส่วนฤดูหนาวจะมีไปบ้างประปรายแต่ไม่มาก สำหรับสถานที่แห่งนี้คือ น้ำตกวังตะไคร้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของจังหวัดนครนายก ตั้งอยู่ที่ตำบล หินตั้งในเขตอำเภอเมือง

ซึ่งน้ำตกแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความสวยมานานแล้ว โดยส่วนใหญ่คนที่มาท่องเที่ยวมักจะเลือกมากันในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ เพราะส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัวใหญ่ หรืออาจจะมีการนัดเพื่อนฝูงมาเที่ยวด้วยกัน แต่แนะนำว่าหากอยากสัมผัสกับความงามทางธรรมชาติอย่างแท้จริงและคนไม่เยอะมากนักให้มาวันธรรมดาจะดีกว่า เพราะเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะมามากและจะเบียดเสียดกันเวลาเล่นน้ำ มีเสียงดังอาจจะสร้างความรำคาญได้หากคนที่รักความสงบอย่างแท้จริงที่นี่ขับรถมาจากกรุงเทพแค่เพียง 120 กิโลเมตรเท่านั้น

ซึ่งระหว่างทางที่ขับรถไปน้ำตกวังตะไคร้จะเห็นได้ว่าสองข้างทางมีแต่ความร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเต็มตลอดสองข้าทางไปหมด และเมื่อมาถึงจะมีด่านตรวจคน เพื่อป้องกันการพกอาวุธเข้าไปข้างใน รวมถึงสุราและเบียร์เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าเที่ยวชมธรรมชาติได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 18.00 น. 

แต่ต้องบอกก่อนว่าที่นี่จะมีการเรียกเก็บค่าเข้าชมน้ำตกนะคะ โดยจะคิดเป็นจำนวนรถที่เข้า คิดคันละ 150 บาทเท่านั้นค่ะ ยกเว้นที่เป็นรถที่มีการบรรทุกคนมาเกิน 8 คนก็จะมีการคิดเงินเพิ่ม โดยคิดเงินเพิ่มแค่คนละ 10 บาทเท่านั้นเองค่ะทีนี่เมื่อเข้าไปภายในก็จะเห็นสวนดอกไม้ที่มีการปลูกประดับไว้สายงาม มีห้องน้ำและร้านขายอาหารคอยบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ โดยที่นี่จะมีการแบ่งโซนสำหรับให้นั่งเล่นและนั่งรับประทานอาหาร พร้อมกับมองวิวน้ำตกสวยๆไปด้วย และจะมีโซนที่ให้สำหรับคนที่ต้องการเล่นน้ำโดยเฉพาะ มีบริการห่วงยางเอาไว้มาเล่นให้ไหลไปตามน้ำ

ซึ่งต่างก็สนุกสนานกันมากทีเดียวสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำ สามารถนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยนได้เพราะมีห้องให้บริการค่ะ และจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย แนะนำให้ฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดนะคะ และหากมาเที่ยวน้ำตกในหน้าฝน แนะนำให้สังเกตน้ำตกที่ไหลมาเป็นระยะด้วยค่ะ ว่าหากมีสีน้ำที่ขุ่นมัว หรือสีน้ำตาลโคลน จากเดิมที่น้ำใสๆอยู่ให้รีบขึ้นจากน้ำทันทีละอยู่ให้ห่างน้ำตกให้มากเพื่อความปลอดภัยของคุณค่ะเพราะแสดงว่าน้ำป่ากำลังไหลลงมาจากเขา อาจะมีความเชี่ยวกราดทำให้เราได้รับอันตรายได้

More

ล่องใต้ไปจังหวัดพัทลุง

 

จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดหนึ่งของทางภาคใต้ เป็นจังหวัดที่ซ่อนความสวยงามของธรรมชาติไว้อย่างมากมาย นักท่องเที่ยวที่สนใจในการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติไม่ควรพลาดที่จะมาท่องเที่ยวที่จังหวัดพัทลุงแห่งนี้ เพราะสามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงมาพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ที่จังหวัดพัทลุงแล้วคุณจะไม่รู้สึกผิดหวังอย่างแน่นอนถ้าได้ลองมาสักครั้ง

ล่องแก่งหนานมดแดง เป็นสถานที่ ๆมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวแบบผจญภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกับความตื่นเต้น ภายใต้บรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่หนานมดแดงแห่งนี้ และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลกิจกรรมการล่องแก่งอยู่ตลอดเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวก และความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเข้าร่วมกิจกรรม

อุทยานนกน้ำทะเลน้อย ที่อุทยานแห่งนี้เป็นทะเลสาบน้ำจืดทั้งหมดที่รายล้อมไปด้วยดอกบัวสีชมพู และยังมีเรือบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปท่ามกลางดงดอกบัวสีชมพูกลางทะเลสาบ เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และด้วยความเป็นธรรมชาติสุด ๆของที่นี่นั้นยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำมากมายหลายชนิด เมื่อเรานั่งเรือเข้าไปกลางดงดอกบัวจะสามารถเห็นนกที่บินไปบินมาบริเวณนั้นได้อย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

หลาดใต้โหนด (หลาด หมายถึง ตลาดในภาษาใต้) เป็นตลาดพื้นบ้านของชาวจังหวัดพัทลุงที่รวบรวมของขึ้นชื่อของจังหวัดพัทลุงมากมายมารวมกันไว้ที่ตลาดแห่งนี้ นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง ไม่ควรพลาดที่จะมาแวะซื้อของฝากจากตลาดใต้โหนดแห่งนี้

นาโปแก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาเชิงเกษตรกรรม เพราะมีการสาธิตการปลูกข้าว ทำนา เพื่อให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ต้องการจะมาศึกษา ได้เข้ามาเห็นการทำนาของจริง และบรรยากาศที่สถานที่แห่งนี้ยังให้ความเป็นธรรมชาติอย่างมาก เพราะล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจี

เขาอกทะลุ เป็นภูเขาที่มีจุดชมวิวที่สวยงามเป็นอย่างมาก สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างทั่วถึง โดยจะมีบันไดทางขึ้นไปสู่ยอดเขาให้นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปชมวิวบนยอดเข้าอกทะลุแห่งนี้ได้ สาเหตุที่ชื่อยอดเขาอกทุลุนั้นมาจาก ภูเขาแห่งนี้เป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่มีช่องเขาที่สามารถมองทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งได้นั่นเอง

สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา เป็นสะพานที่รวบรวมความเป็นธรรมชาติไว้ตลอดเส้นทาง และเป็นสะพานที่มีความยาวที่สุดของภาคใต้อีกด้วย โดยสะพานแห่งนี้ทอดยาวจากจังหวัดพัทลุงไปจนถึงจังหวัดสงขลา นักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายรูปบรรยากาศอันสวยงามตลอดเส้นทางของสะพานแห่งนี้ จึงควรที่จะลองมาสักครั้ง

จังหวัดพัทลุงรายล้อมไปด้วยธรรมชาติมากมายขนาดนี้ ผู้ที่รัก และสนใจในความเป็นธรรมชาติคงต้องลองมาสักครั้ง และอย่าลืมมาลองชิมอาหารฝีมือคนใต้ที่ตลาดใต้โหนดสักครั้ง เพื่อสัมผัสถึงรสชาติของอาหารใต้อย่างแท้จริง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

More

แบกเป้เที่ยว

เอาใจสายรักธรรมชาติผู้ชื่นชอบการแบกเป้เดินป่าเที่ยวเขาลำเนาไพร ในประเทศไทยนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวและพิกัดเดินป่าที่น่าสนใจในประเทศอยู่มากมาย การเดินป่านั้นก็ถือเป็นการเที่ยวเพื่อความสุขทางใจอย่างหนึ่งแม้ว่าการเดินป่าจะไม่ได้เป็นความสุขทางกายเพราะอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบากแต่ก็นับเป็นความสุขทางใจของผู้ที่ชื่นชอบในการเดินป่านี้นั่นเอง

สถานที่เดินป่าในประเทศไทยนั้นมีมาหมายให้เลือกมีทั้งแบบไปเดินชิวๆหรือการเดินแบบจริงจังที่ต้องมีการฟิตร่างดายเป็นอย่างดีก่อนที่จะไปเดินป่า โดยสถานที่ยอดฮิตในการเดินป่านั้นคงจะหนีไม่พ้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาและกิ่วแม่ปาน โดยตั้งอยู่ที่ดอยอินทนนท์ในจังหวัดเชียงใหม่ ดอยอินทนนท์นั้นเป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยแม้จะเป็นยอดดอยที่สูงแต่การเดินไปสู่ยอดดอยนั้นสามารถเดินได้อย่างง่าย

เพราะสามารถขับรถขึ้นไปได้เลย โดยด้านบนนั้นจะมีจุดเช็คอินที่น่าใจอยู่หลายจุด แต่ที่แนะนำคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาเพราะเส้นทางเดินสบายทางส่วนมากเป็นทางราบทำให้เดินง่ายและไม่เป็นอันตราย มีสะพานไม้สวยๆและมีมอสเขียวขจีปกคลุมโดยรอยๆเป็นป่าไม้เมืองหนาวปกคุมค่อนข้างสูงและอากาศเย็นสบายสดชื่อและ

ถ้ามาในช่วงที่มีหมกนั้นจะสวยงามมากๆเหมือนหลุดไปอยู่ในห้วงความฝันเลยทีเดียว โดยตลอดเส้นทางก็มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปมากมายและยังมีดอกไม้เมืองหนาวที่หายากอย่างกุหลาบพันปีตลอดเส้นทางอีกด้วยและอีกที่คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ป่าน เป็นเส้นทางสำหรับสายลุย โดยเส้นทางนี้ต้องฟิตร่างกายมาค่อนข้างดีหน่อยเพราะระยะทางยางถึง 3กิโลเมตรเลยทีเดียว

เส้นทางนั้นเป็นป่าที่ปกคลุมไปด้วยหมอกและทุ่มหญ้าต้านไม้สูงใหญ่นานาชนิดจนไปถึงจุดชมวิว การเดินป่าที่กิ่วแม่ปานนี้นั้นจะต้องมีไกด์นำทางไปกับเราทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง โดยจะมีค่าใช้จ่ายเป็นกรุ๊ป กรุ๊ปละ200 บาท โดย200 บาทนี้นั้นก็หารกันกับคนในกรุ๊ปส่วนมากแล้วกรุ๊ปละประมาณ 2-4คน

ซึ่งถือว่าคุ้มค่าสมราคามากเมื่อเทียบกับวิวหลักล้านเมื่อขึ้นไปเห็น เส้นทางอาจจะมีความลาดชันเล็กน้อย แต่ว่าเดินง่ายไต้องกังวลเลย และจุดชมวิวที่เป็นจุดที่สำคัญที่กิ่วแม่ปานนี้นั้นก็คือทุ่งหญ้ากว้างบนยอดดอยนั่นเอง โดยด้านบนนั้นจะมีหมกสีขาวลอยอยู่สวยมากๆเลย และอากาศก็ดีมากๆ แนะนะว่าถ้าอยากพบกับหมอกเยอะๆนั้นควรไปในช่วงเช้าๆ จะสวยมากเลยทีเดียว แม้จะเหนื่อยหรือยากลำบากหน่อยแต่สิ่งที่ได้ไปเห็นนั้นคุ้มค่าเหนื่อยมากๆเลย

More

10 จุดเช็คอิน จังหวัดกาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 128 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก แต่มีอากาศที่บริสุทธิ์ สดชื่น เหมาะสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย

  1. สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ตำบลท่ามะขาม เป็นสะพานที่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกการใช้สะพานนี้ และถูกนำมาทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
  2. วัดทัพศิลา ตั้งอยู่ตำบลช่องสะเดา จุดเด่นของวัดทัพศิลาคือ มีหินลักษณะคล้ายช้างที่กำลังหมอบ อยู่ภายในวัด ชาวบ้านในบริเวณนั้นมีความเชื่อที่เล่าต่อ ๆกันมาว่า หากนำกล้วยหรืออ้อย ซึ่งเป็นของโปรดของช้างไปถวาย จะทำให้สมหวังในสิ่งที่ตนต้องการ
  3. วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่อำเภอท่าม่วง เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดกาญจนบุรี จุดเด่นคือพระพุทธรูปปางประทานพร องค์สีทองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี และมีถ้ำขนาดเล็กอยู่ด้านล่าง ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปต่าง ๆอีกมากมาย บริเวณโดยรอบวัดล้อมรอบไปด้วยทุ่งนา ทำให้ที่วัดมีอากาศที่บริสุทธิ์ เย็น สดชื่น 
  4. น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ภายในอุทยาน ตำบลท่ากระดาน มีความสูงประมาณ 1500 เมตร แบ่งออกเป็น 7 ชั้น เป็นน้ำใสมีสีเขียวคล้ายกับมรกต สวยงามเปรียบได้เหมือนกับอยู่บนสรวงสวรรค์ บรรยากาศมีความเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก เหมาะกับการไปสูดอากาศที่สดชื่น
  5. บ่อน้ำพุร้อนหินดาด ตั้งอยู่ตำบลหินดาด เป็นบ่อน้ำแร่บริสุทธิ์ที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 55 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับผู้ที่มาพักผ่อนเป็นอย่างมาก เพราะการแช่น้ำร้อน ทำให้กล้ามเนื้อต่าง ๆผ่อนคลาย และยังสามารถช่วยคลายความเครียดได้อีกด้วย
  6. ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่ภายในกรมการสัตว์ทหารบก ตำบลเกาะสำโรง เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่คู่กับจังหวัดกาญจนบุรีมามากกว่า 100 ปี ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมความสวยงามของต้นจามจุรีกันอย่างมากมาย
  7. ปราสาทเมืองสิงห์ ตั้งอยู่ตำบลสิงห์ ปัจจุบันเป็นอุทยานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย เป็นโบราณสถานเก่าแก่แห่งเดียวของจังหวัดกาญจนบุรี
  8. วัดถ้ำพุหว้า ตั้งอยู่ตำบลหนองหญ้า เป็นวัดที่มีการแกะสลักอุโบสถอย่างประณีตดูสวยงามแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก มีถ้ำหินงอกหินย้อยที่มีพระพุทธรูปอยู่ภายในอีกมากมาย  
  9. ช่องเขาขาด ตั้งอยู่อำเภอไทรโยค ในอดีตเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆมากมายขึ้นที่สถานที่แห่งนี้ แต่ในปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินเพื่อศึกษาธรรมชาติ และในบางส่วนได้ถูกทำเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ ใครที่อยากรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในอดีต คงพลาดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปเยี่ยมชม

10. เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นเมืองที่จำลองวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนอดีตกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ใครที่อยากลองย้อนยุคคงพลาดไม่ได้ที่จะลองมานุ่งโจงกระเบน ห่มสไบกันที่เมืองมัลลิกา

More

ประวัติซีอุย

ซีอุยเป็นคนจีนโดยกำเนิดและได้เข้ามาอยู่ประเทศไทยด้วยการอพยพมา พ่อ แม่พี่น้องจะไม่ค่อยชอบเพราะตอนเด็ก ซีอุยนั้นเป็นเด็กขี้โรคจึงชอบถูกพ่อ แม่ รังเกลียด เพราะฐานะยากจน และยังโดนเพื่อนฝูงรังแก จึงเป็นเหมือนเด็กเก็บกด และผูกใจเจ็บ และเมื่อซีอุยมาเจอกับผู้ชายคนหนึ่งได้สั่งสอนให้ซีอุยกินเครื่องในจะได้มีพละกำลัง ซีอุยจึงหลงเชื่อว่าการได้กิบหัวใจและตับแล้วนั้นจะทำให้คนเองนั้นแข็งแรง เมื่อซีอุยได้กินหัวใจกับตับแล้วนึกว่าตังเองนั้นแข็งแรงกว่าคนทั่วไปจึงได้ทำการก่อคดีไว้หลายคดีเลยที่เดียว 

คดีที่ซีอุยก่อขึ้น

          ซีอุยได้ก่อคดีที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไว้ 4 คดีได้ฆ่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งด้วยการเชือดคอและศพถูกชำแหละอวัยวะหัวใจและตับหายไปและอีก2คนเป็นเด็กผู้หญิงเหมือนกันด้วยการเชือดคอ1ศพอีกหนึ่งศพเชือดคอแล้วมีการถูกข่มขืนด้วยส่วนรายสุดท้ายที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เด็กผู้หญิงถูกเชือดคอแต่รอดชีวิตออกมาได้ และได้หนีคดีมาที่กรุงเทพและก็ได้ทำการก่อคดีขึ้นมาอีก1คดี ด้วยการฆ่าเด็กผู้หญิง และนำศพมาชำแหละ และก็ยังได้หนีคดีมาอีกมาอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ก็ได้ทำการก่อคดีมาขึ้นมาอีกด้วยการฆ่าเด็กผู้หญิง ด้วยการชำแหละศพ และอวัยวะภายในได้หายไป

  ถึงมีการฆ่ามาหลายศพซีอุยก็ยังไม่ถูกจับกุมเสียทีและได้มีการย้ายถิ่นฐานมาอยู่จังหวัดระยอง และก็มีการก่อคดีได้มีการฆ่าเด็กผู้ชายด้วยการชำแหละศพ และอวัยวะภายใน ตับและหัวใจหายไป และพยามยามจะนำศพไปอำพลางคดีด้วยการเผา แต่ก็ได้ถูกจับกุมเสียก่อนในขณะที่จะทำการเผาเพื่ออำพรางคดี และศาลก็ได้มีการตัดสินให้ประหารชีวิตซีอุยเกิดขึ้น และเมื่อซีอุยได้ถูกประหารชีวิต ทางโรงพยาบาลศิริราชได้ทำการขอร่างของซีอุยมาศึกษา ว่าทำไมถึงได้คิดกินมนุษย์ด้วยกัน หรือมาเป็นอาจารย์ใหญ่ให้นักเรียนแพทย์ได้ศึกษากัน และร่างกายของซีอุยยังอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชมาจนถึงปัจจุบันนี้

เรื่องราวของซีอุยนั้นได้ถูกมาทำเป็นหนังและละครให้ได้ชมกัน การที่เป็นผู้แข็งแรงกว่า หรือเหนือกว่าไปข่มเหง หรือรังแกเค้า ทำให้ผู้ถูกรังแกเกิดมีความเจ็บแค้นมากๆ จึงนำพามาสู่คดีที่น่าสะพรึงกลัว ถ้าคนเรามีน้ำใจให้กันและเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่แกกัน สังคมไทยคงจะอยู่สุขสบายไม่ต้องมีข่าวฆ่ากันตายอย่างทุกวันนี้

More

หนึ่งเดียวในโลกกับประเพณีตักบาตรดอกไม้ ของจังหวัดสระบุรี

สำหรับประเพณีของชาวสระบุรีที่นิยมทำสืบทอดต่อต่อกันมาทั้งแต่อดีตกาลคือ ประเพณีตักบาตรดอกไม้  ซึ่งดอกที่จะใช้ในการตักบาตรจะไม่ใช่ดอกอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นดอกเข้าพรรษาเท่านั้น ซึ่งประเพณีนี้เป็นประเพณีที่ชาวสระบุรีมีการทำสืบต่อกันมาหลายช่วงอายุคนและหาดูได้ที่สระบุรีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

ซึ่งในทุกปีหากถึงช่วงวันแรม 1 ค่ำของเดือน 8  จะมีดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นตามเนินเขาพระพุทธบาท ชาวบ้านเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า ดอกเข้าพรรษา หรือดอกหงส์เหิน ที่เรียกว่าดอกเข้าพรรษานั่นก็เพราะว่าดอกไม้ชนิดนี้จะขึ้นเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น และจะมีขึ้นที่เนินเขาของพระพุทธบาทที่เดียวเท่านั้น ซึ่งจะมีหลายสี มีทั้งสีขาว สีเหลือง และสีม่วง ชาวบ้านจึงได้เก็บดอกไม้ชนิดนี้มามัดรวมกับธูปเทียน เพื่อเอามาตักบาตรรถวายแด่พระสงฆ์

  สำหรับประเพณีนี้นั้นเริ่มแรกจะมีการนำพระพุทธรูปออกมาแห่ให้ประชาชนได้ร่วมกันใส่บาตร โดยจะมีการนำขบวนด้วยพระพุทธรูปแล้วตามด้วยพระสงฆ์ที่จะเดินออมารับบิณฑบาตดอกไม้จากประชาชน  และพระสงฆ์จะนำดอกไม้ขึ้นไปถวายพระพุทธรูปด้านบนมณฑปซึ่งในระหว่างที่เหล่าพระสงฆ์เดินทางขึ้นไปข้างบนมณฑปจะมีชาวบ้านคอยนั่งเรียงตามบันไดเพื่อคอยนำน้ำมาล้างเท้าให้กับเหล่าพระสงฆ์ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการล้างบาปอีกด้วย สำหรับดอกไม้ที่ประชาชนนำมาใส่บาตรนั้นพระสงฆ์จะนำไปไหว้รอยพระพุทธบาท 

สำหรับประเพณีตักบาตรดอกไม้นี้ ชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าจะส่งผลให้คนที่มาทำบุญในวันนี้ได้ขึ้นสวรรค์ นอกจากจะมีการนำดอกไม้ตักบาตรแล้วภายในงานยังมีขบวนแห่รถที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพันธ์มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ที่สำคัญในงานนี้จะมีการแสดงศิลปะและวัฒนะธรรมพื้นบ้านให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมมากมาย  สำหรับประเพณีนี้เป็นประเพณีที่เก่าแก่มากที่คุณค่าแห่งการอนุรักษ์เอาไว้ ถึงแม้ในปัจจุบันดอกพรรษาจะเริ่มหายากมากขึ้นก็ตาม สำหรับดอกไม้ชนิดนี้ก่อนวันงานชาวบ้านจะพากันเดินตามเนินเขาเพื่อนำมาใส่บาตรในวันรุ่งขึ้น

ซึ่งการที่ชาวบ้านต่างก็พากันเป็นเก็บดอกไม้ชนิดนี้มาเพื่อใส่บาตรเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการที่ตั้งใจที่จะทำบุญ สำหรับจังหวัดสระบุรีแล้วนอกจากจะมีประเพณีที่สำคัญที่ควรจะลองมาร่วมกิจกรรมสักครั้งในชีวิตแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวได้มากมายหลายที่ ซึ่งการจัดประเพณีตักบาตรดอกไม้จะมีการตักบาตรกันตั้งแต่ 9 โมงเช้าดังนั้นหากใครสนใจสามารถมาร่วมกิจกรรมกันได้

 

More

5 สถานที่ท่องเที่ยวที่ไปแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวต่างประเทศ

1.หากอยากไปเที่ยวแกรนด์แคนยอนลองเปลี่ยนไปเที่ยวที่สามพันโบกจังหวัดอุบลราชธานีดูสิเหมือนได้ไปเที่ยวที่อเมริกาเลยทีเดียว 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อว่าสามพันโบก โบกนั้นเราจะสามารถเห็นความงามของสถานที่นี้ได้แค่ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นเพราะเป็นความงามของแก่งหินใต้แม่น้ำโขงซึ่งถ้าหากเป็นช่วงฤดูฝนจะมีน้ำเยอะจะไม่สามารถมองเห็นได้ที่นี่จะมีความสวยงามตรงที่หินต่างๆจะปีส่วนเว้าส่วนโขงเพราะถูกกระแสน้ำกัดเซาะ สำหรับที่นี่สามารถเปรียบได้กับแกรนด์แคนยอนของต่างประเทศเลยทีเดียวเวลาที่อยู่ในช่วงของหน้าแล้งถ้ามาถ่ายรูปที่นี่สวยงามมาก

2.สวนสนบ่อแก้วที่จังหวัดเชียงใหม่เหมือนไปเที่ยวประเทศเกาหลีเมืองนามิ

สำหรับที่สวนสนบอกแก้วนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติได้ไปนำพันธุ์ต้นไม้มาจากต่างประเทศโดยเอามาจากทั้งประเทศไต้หวัน,แอฟริกาใต้รวมถึงออสเตรเลียแล้วนำมาปลูกในป่าบนดอยซึ่งหาดนี้ต้องสน มีอายุมากกว่า 40 ปีแล้วหากเราได้เข้าไปเที่ยวจะเห็นความสวยงามของต้นสนที่จะที่มีการปลูกเรียงรายเอาไว้อย่างสวยงามซึ่งช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดก็คือในช่วงฤดูหนาวซึ่งเราจะเห็นหมอกปลุกคุมบางบางแล้วมีแสงอาทิตย์ส่องลงมาเล็กน้อยจะทำให้ภาพที่คุณถ่ายออกมาสวยงามน่าชมโดยนักท่องเที่ยวที่ไปต่างก็ชื่นชมกันว่าเหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนามิของประเทศเกาหลีกันเลยทีเดียว

3.เที่ยวมัสยิดกลาง สถานที่ท่องเที่ยวของทัชมาฮาลเมืองไทย

หากใครที่ชื่นชอบความงดงามของทัชมาฮาลในประเทศอินเดียแต่มีงบน้อยท่านสามารถมาเยี่ยมชมความงามของมัสยิดเมืองไทยได้ที่มัสยิดกลางที่จังหวัดปัตตานีเพราะมีความสวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียวเนื่องจากมีการออกแบบอาคารให้มีความคล้ายคลึงกับทัสมาฮาลเป็นอย่างมากทางสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหน้ารวมถึงอาคารที่มียอดโดมขนาดใหญ่ทั้งสี่ทิศ

4 หากอยากไปเนเธอร์แลนด์ให้ไปที่สตอเบอรี่ทาวน์สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง

หากใครที่ชื่นชอบความงามอยากจะไปถ่ายรูปสีสวยมีการตกแต่งร้านออกแนวต่างประเทศมีทั้งน้ำพุหลังอเนกประสงค์รวมถึงร้านอาหารร้านกาแฟต่างๆที่มีการตกแต่งสไตล์ตะวันตกให้นึกถึงที่นี่เลยสตอเบอรี่ทาวน์เพราะมีการเลียนแบบจำลองสถานที่ได้เหมือนกับไปเที่ยวต่างประเทศมากๆอีกทั้งการตบแต่งต้นไม้ดอกไม้ก็มีความสวยงามรู้ตัวมากๆเหมาะกับการไปถ่ายรูปมากที่สุด

5 อยากไปเที่ยวนิสิแลนด์ให้ไปนี้เลยจังหวัดนครราชสีมาบ้านสวนน้อยนับได้ว่าที่บ้านส่วนน้อยรีสอร์ทมีความงดงามไม่แพ้ของต่างประเทศเลยทีเดียวเพราะมีการจำลองแบบเหมือนกับหมู่บ้านฮอบบิทโดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวมักจะพูดกันว่าที่นี่เป็นบ้านฮอบบิทเมืองไทยมีความสวยงามอบอุ่นน่ารักเหมาะกับการไปพักผ่อนอย่างยิ่ง          

More